ค่านิยมแห่งแผ่นดินของพระเจ้านั้นถือว่าความรักใหญ่ที่สุด (1คร.13:13) แต่ค่านิยมของโลกนี้ถือว่าผลงานใหญ่ที่สุด เป็นตัวตัดสินคุณค่าของแต่ละบุคคล การเน้นเรื่องผลงานที่ปรากฏได้เกิดขึ้นในคริสตจักรโครินธ์ ทำให้อ.เปาโลได้เขียนจดหมายไปเตือนสติว่าเมื่อใดที่ละเลยเรื่องของความรัก สิ่งที่คิดว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจในสายตาของตนเองและผู้อื่นอาจจะไม่ใช่ในสายพระเนตรของพระเจ้าก็เป็นได้ “แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวง และมีความรู้ทั้งสิ้น และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุดพอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย แม้ข้าพเจ้าจะสละของสารพัด หรือยอมเอาตัวข้าพเจ้าไปเผาไฟเสีย แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าไม่”(1คร.13:1-3)

อ.เปาโลมีภูมิหลังจากการเป็นฟาริสีที่เคร่งครัดในพระบัญญัติมากเป็นคนจริงจังและสร้างผลงานความสำเร็จอย่างมากในการรับใช้พระคริสต์ แต่ท่านก็ตระหนักว่าแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตแห่งการเป็นสาวกของพระคริสต์คือความรักที่มีต่อพระคริสต์และเพื่อนมนุษย์ เมื่อใดที่ความรักดังกล่าวหายไปจากจิตใจก็จะไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าแน่นอน ไม่ว่าผลงานที่ออกมานั้นดูเหมือนจะดีก็ตาม ความจริงถูกตอกย้ำอีกครั้งในวิวรณ์ 2:3-5 “เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความอดทน และเหนื่อยยากเพราะเห็นแก่นามของเรา และมิได้อ่อนระอาไป แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า เหตุฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าได้หล่นจากมาแล้วนั้น จงกลับใจเสียใหม่และประพฤติตามอย่างเดิม—”

ขอหนุนใจสมาชิกทุกท่านให้รับการเติมเต็มด้วยความรักของพระเจ้าที่หลั่งเข้าสู่จิตใจโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์(รม.5:5) ให้ความรักของพระเจ้าเป็นพลังจูงใจให้ท่านรับใช้พระเจ้าและรับใช้ผู้อื่น เพราะนั่นคือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับทุกคนที่อยู่ในพระคริสต์