“คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล”

คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล”(ยก.5:16) เรื่องราวในพระคัมภีร์มากมายหลายเรื่องยืนยันความจริงดังกล่าว น่าเสียดายที่ผู้ชอบธรรมในพระคริสต์ที่เป็นคนไทยไม่ได้ใช้พลังของการอธิษฐานเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะไม่ตระหนักถึงพลังดังกล่าวเท่าที่ควร ไม่เห็นความสำคัญมากนัก จึงไม่ได้จัดเวลาให้กับการอธิษฐานในแต่ละวัน

“นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง”

“แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดาด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์”(ยน.4:23)

ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย

“ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย–“(สภษ.22:1) คนที่ตระหนักในเรื่องนี้คือชายร่างเตี้ยที่มั่งคั่งด้วยเงินทองจากอาชีพเก็บภาษีที่ชื่อว่าศักเคียส เขาเคยคิดว่าชื่อเสียงดีไม่สำคัญ ความร่ำรวยเงินทองสำคัญกว่า เขาจึงเลือกอาชีพเก็บภาษีที่ทำให้เขาเป็นที่รังเกียจของชาวเมืองเยรีโค แต่ก็ทำให้เขามั่งคั่ง แต่เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับ

เพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่

หลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุดและชัดเจนที่สุดว่าพระเยซูคริสต์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ บรรดาน้องๆของพระเยซูคือยากอบ โยเซฟ ซีโมน และยูดาส (มธ.13:55)

เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม

ตามประวัติศาสตร์ที่บันทึกในพระคัมภีร์ใหม่วันอาทิตย์ก่อนถึงวันศุกร์ประเสริฐเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ทรงลูกลาเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม เหตุการณ์ที่สำคัญนี้มีบันทึกในพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม

ตอบสนองต่ออารมณ์ต่างๆของเราด้วย…

“มีผู้ใดในพวกท่านทนทุกข์หรือ จงให้ผู้นั้นอธิษฐาน มีผู้ใดร่าเริงยินดีหรือ จงให้ผู้นั้นร้องเพลงสรรเสริญ”(ยก.5:13) นี่เป็นข้อความที่เขียนถึงคริสเตียน ขณะที่สมาชิกในคริสตจักรบางคนกำลัง…

จงประกาศด้วยความเชื่อ

พระเยซูได้สั่งสาวกของพระองค์ว่า”เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน ผู้ใดเชื่อและรับบัพติสมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ”(มก.16:15-16) การประกาศข่าวประเสริฐจะทำให้บางคนเชื่อ ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อ ผู้ประกาศไม่รู้ล่วงหน้าว่าใครจะเชื่อบ้าง แต่การประกาศจะทำให้

การวินิจฉัยตนเอง

“จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า”(ยรม.17:9) เราสามารถถูกหลอกลวงด้วยใจของเราเอง ทำให้การวินิจฉัยตนเองคลาดเคลื่อนจากความจริงโดยไม่รู้ตัว มี2อย่างที่จะช่วยได้คือ

ผู้รับมอบฉันทะแห่งข่าวประเสริฐ

เมื่อ อ.เปาโลกล่าวถึงการเป็นผู้รับมอบฉันทะหรือเป็นผู้อารักขาสิ่งล้ำลึกของพระเจ้า (1คร.4:1) ท่านหมายถึงการรักษาและเผยแพร่ความจริงแห่งข่าวประเสริฐที่ท่านได้รับการสำแดงจากพระเจ้าเป็นความล้ำลึกที่ปิดบังไว้ยาวนาน อ.เปาโลได้กล่าวถึงการเปิดเผยนี้

พระคำ ความเชื่อ

ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง (ฮบ.11:1) นิยามของความเชื่อทำให้เห็นได้ว่าความเชื่อเป็นเรื่องที่อยู่เหนือเหตุผล ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล แต่มันไปไกลกว่าเรื่องเหตุผล

ค่านิยมของคริสตจักรใจสมาน

ค่านิยมของคริสตจักรใจสมานคือสมาชิกทุกคนเป็นผู้รับใช้พระเจ้าอย่างเต็มที่ คือเป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ไม่ใช่ผู้รับใช้เต็มเวลาเท่านั้นที่รับใช้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าท่านจะอยู่ในอาชีพใด

จงรักภักดีต่อพระเยซูคริสต์และต่อคริสตจักร

ค่านิยมข้อแรกของคริสตจักรใจสมานคือ จงรักภักดีต่อพระเยซูคริสต์และต่อคริสตจักร เพราะการเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์จะต้องมีคุณสมบัติดังกล่าว พระเยซูตรัสว่า..